ผ่าคดี "แชทกาม"
ผ่าคดี"แช็ตกาม" แก๊ง"จิ้งจอกเน็ต" ล่าสวาทออนไลน์ มหาภัยใกล้ตัว!
คอลัมน์ แฟ้มคดี
หายเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกับว่าคนเริ่มจับทางได้ แต่จู่ๆ คดี"แช็ตกาม"ก็กลับมาโลดแล่นบนหน้าหนังสือพิมพ์อีก
เวลาเพียงไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุขึ้นหลายครา และตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ถึง 4 รายซ้อนๆ!!!
ในจำนวนนี้เป็นการแช็ตทางอินเตอร์เน็ต 3 ราย ส่วนอีกรายเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์หรือ"แช็ตไลน์"
แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหนสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือจิ้งจอกสังคมพวกนี้ ล่อลวงเด็กสาวไปข่มขืน โดยบางรายนอกจากเสียตัวแล้วยังเสียทรัพย์สินอีกด้วย!??
และเช่นเดิมที่เหยื่อส่วนใหญ่เป็นนักเรียน-นักศึกษา ที่หลงคารมหรือข้อความของคนร้ายจนยอมออกมาพบตามนัด
กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็สายเกินแก้เสียแล้ว!!!
คดีแรกเข้าข่ายแสบสันต์สุดๆ เพราะจิ้งจอกนักแช็ตนอกจากล่อลวงหลับนอนกับเหยื่อแล้ว ยังฉกทรัพย์สินเป็นของแถมด้วย
ผู้ต้องหาคือ นายเอกชัย สีมาไพศาล อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ตอบข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์ (บั๊ก 1113) แช็ตล่อลวงหญิงสาวมาร่วมหลับนอน ก่อนจะฉวยโอกาสตอนเหยื่อเผลอฉกมือถือและเงินสดหลบหนีไป
วิธีการเริ่มจากเข้าไปเขียนข้อความ (โพสต์) ในเว็บบอร์ดต่างๆ ที่ล่าเหยื่อบ่อยคือเว็บ "sanook.com" พร้อมเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ อาทิ work_man หรือ Ciber Shot ลงข้อความเชิญชวนหญิงสาวให้มาร่วมหลับนอน โดยจะมีเงินเป็นค่าตอบแทนให้
"เงินเดือนออกแล้วน้องสาวคนไหนที่เดือดร้อนเรื่องเงินสนใจเข้ามาคุยได้ครับ" !??
นั่นเป็นข้อความที่โพสต์ไว้ส่วนหนึ่ง หรือบางครั้งก็จะเข้าหาเป้าหมายผู้หญิงที่เขียนข้อความเชิญชวนเอาไว้แทน
เมื่อเหยื่อหลงกลตอบกลับก็จะชวนพูดคุยก่อนนัดออกมาพบกันข้างนอก แล้วร่วมหลับนอนก่อนฉวยจังหวะเหยื่อเข้าห้องน้ำฉกทรัพย์สินเผ่นหนีทันที
กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้ต้องหาก็ก่อเหตุอีกแต่คราวนี้พลาดท่า เพราะขณะที่ขโมยโทรศัพท์เผ่นออกมา เหยื่อรู้ตัวเสียก่อนจึงวิ่งไล่ตามแล้วตะโกนให้ช่วยจับตัวไว้ได้
นายเอกชัย ให้การสารภาพว่า ลงมือแบบนี้มานานถึง 2 ปีแล้ว มีเหยื่อหลายสิบราย ส่วนใหญ่จะไม่กล้าแจ้งความเพราะอับอาย!??
ผู้ต้องหาอ้างว่าตอนแรกก็เข้าไปพูดคุยเล่นๆ ก่อนชักชวนออกมาเที่ยวและหลับนอนกัน
จนภายหลังเริ่มมีปัญหาการเงินจึงขโมยทรัพย์สินของเหยื่อ
จากครั้งแรกก็มีครั้งที่ 2-3-4 ฯลฯ ตามมา จนแทบจะเป็นรายได้หลัก แถมบางวันถึงกับลงมือ 2 รายทั้งเช้า-เย็นก็มี!??
บางครั้งหากเหยื่อมีท่าทีไม่เล่นด้วย ก็จะแกล้งขอยืมโทรศัพท์ก่อนวิ่งหนีไปดื้อๆ
เรียกว่าแสบจนหยดสุดท้ายจริงๆ
อีกเพียง 1 สัปดาห์ถัดมาก็เกิดคดีแช็ตกามขึ้นอีก เมื่อตำรวจขอนแก่น และตำรวจภูเก็ต ประสานงานกันเข้าจับกุมนายกิติกร หรือ "ปุ๊" ปลิดโรค อายุ 26 ปี เจ้าของร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ไม่มีชื่อร้าน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา
เป็นการจับกุมหลังนายกิติกร ล่อลวงเด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น ให้เดินทางลงไปหา ก่อนกักขังและข่มขืน
ทั้งคู่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ต ผ่านโปรแกรมพูดคุย "คิวคิว" โดยฝ่ายชายเพียรจีบอยู่นานนับเดือน และพยายามล่อหลอกทำนองว่าจะรับเลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนต่อ
เบื้องแรกเด็กสาวยังไม่แน่ใจ กระทั่งเกิดปัญหาเรื่องเรียนเพราะต้องสอบวิชาพละที่ทำไม่ได้ จึงปรึกษากับนายกิติกร จิ้งจอกหนุ่มได้ทีชวนลงมาหาที่ภูเก็ตเสียเลย
ประกอบกับเด็กสาวพักอยู่เพียงลำพังในเขตอ.เมืองขอนแก่น ส่วนพ่อ-แม่อยู่ต่างอำเภอ การตัดสินใจอะไรจึงไม่รอบคอบนัก
หลังจากเด็กสาวหายตัวไปพ่อแม่เข้าแจ้งความ ตำรวจสอบปากคำเพื่อนๆ และเช็กข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ จนทราบว่าเธอติดต่อกับนายกิติกร หรือ "ปุ๊" จึงประสานกับตำรวจภูเก็ต ให้ช่วยตามเบาะแส
หลายวันผ่านไป ตำรวจก็สืบพบว่า นายกิตติกร เป็นเจ้าของร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์ จึงเข้าล็อกตัวเอาไว้พร้อมเค้นสอบและให้พาไปรับตัวเด็กสาวที่พักอยู่ในเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง
นายกิติกร ให้การภาคเสธโดยยอมรับว่าชักชวนเด็กสาวมาหาและร่วมหลับนอนกันจริง แต่ไม่ได้บังคับข่มขืนแต่อย่างใด!??
อย่างไรก็ตาม เพราะเหยื่ออายุเพียง 14 ปี นายกิติกร จึงถูกดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์และข้อหาข่มขืนเด็กหญิงอายุ 13 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ขยายผลถึงเหยื่อรายอื่นๆ เพราะจากลักษณะการล่อลวง ดูเหมือนว่านายกิติกร ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน!??
หลังเกิดคดีล่อลวงเด็กสาววัย 14 ปี ได้ไม่นาน สังคมก็ต้องตื่นตระหนกอีกครั้งกับพฤติกรรมของจิ้งจอกสังคม หรือนักล่าเหยื่อทางเน็ตอีกราย
ซึ่งครานี้เป็นระดับมืออาชีพ ที่หากินกับการหลอกสาวมาร่วมหลับนอนและขโมยทรัพย์สินคล้ายกับคดีแรก!!!
ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ตำรวจสน.บางซื่อ รับแจ้งจากนักศึกษาสาวรายหนึ่งว่าถูกนายภีรพงษ์ หรือหนุ่ม ผลธัญญะ อายุ 35 ปี ที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ต โปรแกรม "เอ็มเอสเอ็น" ซึ่งเป็นโปรแกรมพูดคุยหรือ"แช็ต"ที่นิยมที่สุดในเวลานี้ ล่อลวงมาข่มขืนและขโมยทรัพย์สิน
เหยื่อสาวให้การว่า นายภีรพงษ์ อ้างเป็นนักแข่งรถจักรยานยนต์ของบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ออโต้ เจแปน จำกัด และรองผจก.ฝ่ายตรวจศูนย์ ซึ่งเหยื่อหลงเชื่อทุกรายเนื่องจากมีบัตรประจำตัวพนักงานมาแสดงด้วย
หลังพูดคุยกันได้พักใหญ่ๆ ก็จะแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ แล้วนัดมาเจอกัน
นักศึกษาสาวถูกหลอกเข้าไปยังห้องพักโรงแรมมิโด้ ย่านสะพานควาย ก่อนที่จะถูกข่มขืน!!!
ที่แสบกว่านั้นระหว่างที่เข้าห้องน้ำเมื่อออกมา คนร้ายก็เผ่นหนีไปพร้อมกับสร้อยคอ-สร้อยข้อมือทองคำ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ
ตำรวจสน.บางซื่อ และกก.สส.น.2 พบข้อมูลอันน่าตะลึงว่านายภีรพงษ์ ถูกออกหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันกว่า 10 โรงพัก ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่นานก็รวบรวมหลักฐานเสนอออกหมายจับ และตามรอยผู้ต้องหาก่อนรวบตัวได้ที่หน้าห้างบิ๊กซี สาขาสะพานควาย ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กทม. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ในตัวพบบัตรพนักงานตำแหน่ง รองผจก.ฝ่ายตรวจศูนย์ และบัตรประจำตัวนักแข่งรถของบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ออโต้ เจแปน จำกัด ซึ่งเป็นบัตรที่ทำปลอมขึ้นโดยไปจ้างร้านย่านถนนข้าวสารทำในราคาใบละ 500 บาท
นายภีรพงษ์ สารภาพว่า ก่อเหตุทำนองนี้กับเหยื่อนับสิบรายในเวลาเพียง 6-7 เดือนเท่านั้น และยังมีผู้หญิงอีกหลายสิบคนที่พูดคุยเพื่อรอเวลาลงมืออีกจำนวนมาก
ตำรวจเช็กข้อมูลของนายภีรพงษ์ ในอินเตอร์เน็ตพบว่ามีชื่อผู้หญิงถึง 500 ราย อยู่ในรายการ!!!
สำหรับนายภีรพงษ์ เคยถูกจับคดียักยอกทรัพย์ ติดคุกอยู่พักใหญ่ พ้นโทษออกมาก็ไปทำงานเป็นคนขับรถพ่วง แต่รายได้ไม่พอแถมถูกปลดจากงานอีกต่างหาก
จึงวางแผนล่าเหยื่อทางเน็ต อาศัยรูปร่างหน้าตาดี ไปจ้างทำบัตรปลอมแล้วอ้างกับสาวๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษา หรือเพิ่งจบใหม่ๆ
นายภีรพงษ์ ระบุว่าทุกๆ วันต้องเข้าไปนั่งเล่นอินเตอร์เน็ตภายในร้านย่านลาดพร้าว และรามคำแหง วันละเป็นเวลานานๆ เพราะมีเหยื่อในรายชื่อจำนวนมากนั่นเอง
แต่ตอนนี้ 18 มงกุฎจอมแช็ตคงต้องลาวงการไปพักใหญ่ เพราะต้องเปลี่ยนสถานที่อยู่เข้าไปในคุกแล้ว!!!
รายล่าสุด แต่คงไม่ใช่สุดท้ายแน่นอน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุเป็นเด็กวัยรุ่นอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น
นายเอก (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ลูกจ้างร้านเฟอร์นิเจอร์ย่านนนทบุรี ถูกตำรวจเข้าจับกุมหลังล่อลวงเด็กสาววัยเดียวกันมาขืนใจในบ้านพัก
ที่น่าตระหนกก็คือไอ้หมอนี่ก่อเหตุมากว่า 10 ครั้งแล้ว เหยื่อล้วนแต่เป็นนักเรียนสาวอายุไม่เกิน 15-16 ปีทั้งสิ้น!!!
ไอ้หมอนี่ จะใช้วิธีล่าเหยื่อผ่านทาง"แช็ตไลน์"หรือโทรศัพท์พูดคุยเข้าไปในระบบ ที่ให้บริการอยู่จำนวนมาก โดยจะมีการจัดแบ่งเป็นห้องพูดคุย อาทิ ห้องหวีดหวิวปลิวไหว, ห้องซึ้งโดนใจ
จากนั้นมีการแลกเบอร์ซึ่งกันและกัน ก่อนจะนัดเจอหญิงสาวและล่อลวงไปมีเพศสัมพันธ์!!!
หรือบางครั้งก็เข้าไปหาเหยื่อตามห้างสรรพสินค้า โดยตีสนิทขอเบอร์โทรศัพท์แล้วคุยจีบเพื่อให้เหยื่อหลงลม เมื่อได้โอกาสก็จะชวนมาเที่ยวบ้าน ก่อนลงมือข่มขืน
ที่ผ่านมาเหยื่อเกือบทุกรายจะอับอายไม่กล้าแจ้งความ จึงยิ่งทำให้นายเอก ได้ใจก่อคดีมาอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งล่าสุดล่อลวงเด็กสาววัย 16 ปี ที่เจอกันในห้างฯ มายังที่พักแล้วข่มขืน
ผู้ปกครองเด็กเข้าแจ้งความกับตำรวจกระทั่งออกตามล่าตัวจับกุมไว้ได้
จากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ข้อหา พรากผู้เยาว์และข่มขืนด้วย!!!
ปัญหาในลักษณะนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นมามากมายนับไม่ถ้วน มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก แต่เมื่อเวลาล่วงผ่านไปก็ลืมๆ กัน จนทำให้พวกจิ้งจอกสังคมกลุ่มนี้ล่าเหยื่อได้อยู่เนืองๆ
ที่ผ่านมา เหยื่อบางรายไม่เพียงแต่เสียตัว หรือเสียทรัพย์สินเท่านั้น ถึงเสียชีวิตก็มีมาแล้ว
พ่อแม่-ผู้ปกครองคงต้องดูแลบุตรหลานของตนเป็นพิเศษ หากไม่อยากต้องเสียใจในภายหลัง!??
เด็กสาววัย 14 ....
พี่หนึ่งจะเป็นคนร้าย 

