ตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตเป็นเด็กบัณฑิตศึกษา....เปลี่ยนศักราชใหม่ทีไร..ผมนี่รู้สึกเหมือนเป็นคนสองบุคคลิกทุกที

บุคคลิกแรก...ก็จะเหมือนประชากรส่วนใหญ่บนโลกใบนี้แหละฮะ...ชีวิตวี้ดวิ้วเหมือนได้รับการชาร์จจากพลังงานพลุไฟเฉลิมฉลอง..กลิ่นอายบรรยากาศงานรื่นเริง อวลอบไปด้วยคำอวยพร แลกของขวัญ ควันธูป เคล้าเสียงสวดมนต์ข้ามปี เหมือนว่าชีวิตกำลังยิ้มรับกับการเปลี่ยนแปลงเติบโตไปข้างหน้า

ในขณะที่บุคลลิกที่สอง..กลับเก็บงำความกังวล ตึงเครียด อัดแน่นเหมือนคนโดนผีอำอยู่ตลอดเวลา..เมื่อตระหนักได้ว่าเราใช้เวลาเรียนเพื่อล่าคำว่าด็อกเตอร์มาได้ 4 ปีเต็มแล้ว เหลืออีกเพียงปีเดียวเท่านั้น (ถ้าจะจบตามหลักสูตรอ่ะนะ) ซึ่งพอหันกลับมาดูงานวิจัยของตัวเอง......มันเพิ่งมาได้ครึ่งทางเองครัชพี่น้องครัช T__T เพราะยังงี้ชีวิตช่วงนี้ถึงได้มีบุคคลิกแบบลักปิดลักเปิดไงละครัช

แม้ว่าจะมีคนบอกไว้ว่า "มันไม่มีหรอกคำว่า..โอกาส..ในวิกฤติอ่ะ...มันลวงพอๆกับการมีอยู่ของซานตาครอสนั่นแหละ.."

แต่อย่างน้อย..มันก็ทำให้แผนการสำหรับปีนี้มันเข้มข้นขึ้น..หนักแน่นขึ้น และต้องใส่ความขยันและอดทนมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ ซึ่งถือเป็นความเครียดในระดับที่เป็นแรงส่งชั้นดีให้กับชีวิตนะฮะ..ใครว่าความเครียดเป็นของร้ายๆเสมอไป...สำหรับเรา...ที่อาศัยประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมาเกือบสามสิบปี...ขอยืนยันว่า..ความเครียดที่พอเหมาะพอควรถือเป็นยากระตุ้นความมุ่งมั่น และเร่งอัตราการทำงานได้อย่างดีทีเดียวเชียว

ขอให้เปลี่ยนศักราชใหม่ด้วยความสุขสวัสดีกันทุกท่านนะครัช...สวัสดีปี 2016laughing